กุนซืออังกฤษ พลาดแชมป์ ทำให้นึกถึงการมาของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ เชลซี ทำให้เขากลายเป็นกุนซือชาวอังกฤษคนที่ 7 ในศึก พรีเมียร์ลีก ถ้าจะมีคนที่ 8 ชื่อนั้นต้องอยู่ที่ นิวคาสเซิ่ล ซึ่งตำแหน่งยังว่าง และดูเหมือนว่า ไมค์ แอชลี่ย์ เจ้าของทีมจะอยากได้คนดังสักราย คนที่มีฝีมือ ในงบประมาณจำกัด และน่าจะไม่ใช่อิงลิชแมน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด
นอกจากความคาดหวังของแฟนๆ เชลซี อยู่ๆ แลมพาร์ด ก็กลายเป็นความหวังแห่งแดนผู้ดีในฐานะกุนซือหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงกับทีมที่มีศักยภาพ หรือเขาจะเป็นกุนซืออังกฤษคนแรกที่สัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ลีก

กุนซืออังกฤษ พลาดแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทำดี แต่ยังไม่พอ

ที่ผ่านมา กุนซือชาวอังกฤษไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อาจเป็นเพราะประสบการณ์นอกประเทศและเรื่องแท็คติกที่ไม่เข้มข้นอย่างอิตาลีหรือสเปน ถ้าคุยเรื่องตัวเลข นับตั้งแต่ลีกสูงสุดเปลี่ยนมาเป็น พรีเมียร์ลีก ยังไม่เคยมีผู้จัดการทีมชาวอังกฤษคว้าแชมป์ได้เลย มี เคนนี่ ดัลกลิช กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทั้งคู่อยู่ในเครือจักรภพ แต่เป็นสกอตติช

จนกระทั่งปี 2019 ผู้คนก็ยังรอคอยกุนซืออังกฤษดีๆ สักคน ด้วยความหวังว่า แลมพาร์ด อาจเป็นคนนั้นกับทีมที่มีศักยภาพ ไม่ใช่แค่เฉียดแชมป์

วิลล่า เป็นเพียงรองแชมป์

รอน แอตกินสัน
แอสตัน วิลล่า
1993

ฤดูกาลนั้นมี 3 ทีมร่วมชิงชัย แอสตัน วิลล่า, นอริช และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งทีมของ “บิ๊กรอน” มี ดีน ซอนเดอร์ส เป็นอาวุธสำคัญ และยังพาทีมผงาดนั่งจ่าฝูงเมื่อเหลือ 6 เกมท้าย แต่เพียงแค่สะดุดในความพ่ายแพ้ต่อ นอริช และ แบล็คเบิร์น ชะตาของทีมก็เปลี่ยนไป ในที่สุด เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็สัมผัสแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรก ปล่อยให้ วิลล่า เป็นเพียงรองแชมป์เท่านั้น

จบเป็นอันดับ 2

เควิน คีแกน
นิวคาสเซิ่ล
1996

“สาลิกา” เข้าใกล้แชมป์ลีกสูงสุดที่สุดในรอบ 27 ปี หลังจากเคยเป็นแชมป์ ดิวิชั่น 1 เมื่อปี 1969 เมื่อทีมของ “คิงเคฟ” นั่งบัลลังก์จ่าฝูง มีคะแนนนำหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 12 คะแนน แต่ด้วยสภาพจิตใจขากเกมจิตวิทยาที่ไม่แน่นหนา ช่องว่างลดลงเรื่อยๆ บวกกับการพ้นโทษแบนของ เอริค คันโตน่า ในที่สุด พวกเขาพ่ายแพ้ จบเป็นอันดับ 2 ด้วยการมีแต้มน้อยกว่า “ปิศาจแดง” 4 คะแนน

ตำนาน “หงส์แดง”

รอย อีแวนส์
ลิเวอร์พูล
1996, 1998

บิล แชงคลี่ย์ ตำนาน “หงส์แดง” เอ่ยถึง อีแวนส์ ว่าเป็นความหวังที่จะพาทีมประสบความสำเร็จ ด้วยเกมรุกที่น่ากลัว และการมีผู้เล่นชุด “สไปซ์ บอยส์” อย่าง สตีฟ แม็คมานามาน, เจมี่ เร้ดแน็ปป์, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ ไมเคิ่ล โอเว่น ที่ยังเป็นดาวรุ่งมีทั้งความเร็วและเฉียบคม แต่เนื่องจากเกมรับไม่สมดุลเท่าที่ควร จุดอ่อนเรื่องลูกกลางอากาศที่แก้เท่าไรก็ไม่หาย พวกเขาจึงทำได้เพียงอันดับ 3 ทั้งหมด 2 ครั้งในเวลา 4 ปีที่ อีแวนส์ คุมทัพ

เป็นคนท้องถิ่น และความสำเร็จ

เซอร์บ็อบบี้ ร็อบสัน
นิวคาสเซิ่ล
2002, 2003

ความเป็นคนท้องถิ่น และความสำเร็จมากมายทำให้ “ปู่บ็อบ” ได้รับความรักอย่างล้นหลาม ก่อนจะมารับตำแหน่งเต็มตัว เขาเคยมาแบบชั่วคราวหลายครั้ง เมื่อถึงเวลาอันสมควรจึงได้มาอย่างเต็มตัว ที่รักก็ยิ่งรักมากขึ้นไปอีก กับพื้นที่สู้ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม ชนะ 9 เกมรวดในเดือนมีนาคมถึงเมษายน

ถ้าไม่นับการทำทีมระดับคั่วแชมป์ของ คีแกน นี่คือช่วงเวลาฝันหวานสำหรับสาวกเลยก็ว่าได้ เพราะแม้จบตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 14 คะแนน แต่พวกเขาสามารถฉลองกันเหมือนได้แชมป์!

เร้ดแน็ปป์ พาทีมมาได้ไกล

แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
2010, 2012

ต้องยอมรับว่า ประสบการณ์ทำให้ เร้ดแน็ปป์ พาทีมมาได้ไกลถึงพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก และแตะคำว่าทีมระดับท็อปเป็นครั้งแรกในรอบ 48 ปี เขาปั้น แกเร็ธ เบล ให้กลายเป็นยอดสตาร์ระดับโลก และรู้ว่าควรใช้งาน ลูก้า โมดริช อย่างไร อันที่จริง เขาควรพาทีมไป แชมเปี้ยนส์ ลีกได้ 2 ครั้ง แต่ในปี 2012 ทีมชุดนั้นดวงแตก เพราะ เชลซี เป็นแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก และจบอันดับ 6 จึงต้องเสียโควตาให้แชมป์เก่า

ฤดูกาล 2019/20 ที่จะระเบิดขึ้นในอีกไม่นานนี้ หากถามว่าใครบ้างคือกุนซือสัญชาติอังกฤษ บอกเลยว่าในบรรดาทีมท็อป 6 มีแค่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่เหลืออีก 5 เลือกใช้บริการชาวต่างชาติ เพิ่มเติมคือทีมน้องใหม่ ดีน สมิธ จาก แอสตัน วิลล่า และ คริส ไวลเดอร์ จาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด

กุนซืออังกฤษ พลาดแชมป์ อันที่จริง 7 จาก 20 ทีมก็เท่ากับ 1 ใน 3 ของทั้งหมด การเติบโตของกุนซือชาวอังกฤษไม่ได้เข้าขั้นวิกฤตอย่างที่คิด เพียงแต่สัดส่วนในการประสบความสำเร็จมีน้อย ส่วนมากมักอยู่กับทีมขนาดกลางอย่าง เอ็ดดี้ ฮาว ที่ บอร์นมัธ หรือ ฌอน ดิช กับ เบิร์นลี่ย์ ที่วูบวาบเป็นครั้งคราว

และตัวเลขที่กล่าวไปตอนแรกว่า ยังไม่เคยมีกุนซืออังกฤษคนไหนพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทำให้ความกังวลมีสัดส่วนเหนือความเชื่อมั่น แตต่มันก็คงต้องมีสักวันที่จะเห็นใครสักคนทำได้ และ แลมพาร์ด มีทั้งประวัติกับองค์ประกอบของทีมที่ดีที่ดูเป็นไปได้เท่านั้นเอง จากการมาพิสูจน์ตัวเองหลังมีบทสรุปการจากไปของซาร์รี่กับเชลซี