อนาคตของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีม เชลซี…

บทสรุป เชลซี ซาร์รี่ จากข่าวล่าสุด มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี หรือ “น้าแม็กซ์” ประกาศอย่างเป็นทางการว่าเขาจะแยกทางกับ ยูเวนตุส หลังจบฤดูกาลนี้ ซึ่งแน่นอนว่า ยูเวนตุส จะต้องมองหาคนที่จะมาเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ และเรื่องนี้ มันส่งผลกระทบ หรือเกิดอิมแพ็ค กับบรรดายักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป

ถามว่ามันเกี่ยวกันแบบไหน มันเกี่ยวกันตรงที่ว่า เมื่อ อัลเลกรี ประกาศออกไปแล้วว่าเขาจะออกจาก ยูเว่ ข่าวลือที่ตามมาคือสถานีต่อไปของ แม็กซ์ คือ เชลซี มันทำให้ ซาร์รี่ งานเข้าทันที!! อยู่ดีๆ กุนซือนักสูบรายนี้ ก็จะไม่มีที่ยืนใน พรีเมียร์ลีก ซะแล้ว ทั้งๆที่เขาเพิ่งบอกไปว่าอยากอยู่ในแดนผู้ดีต่อไป

บอกตามตรงว่าถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ในความรู้สึกผมคือจะสงสาร ซาร์รี่ มากๆ เพราะถ้าอยู่ดีๆ จบฤดูกาลแล้ว ซาร์รี่ ถูกปลด พร้อมมี แม็กซ์ อัลเลกรี มาชูเสื้อ เชลซี ในอีกไม่กี่วันถัดไป มันจะรู้สึกเจ็บปวด เหมือนเราถูกแฟนบอลเลิก แล้ววันรุ่งขึ้นมันไปเดินควงกับผู้ชายคนอื่น

ซาร์รี่ ไม่ได้เป็นกุนซือที่ได้รับความชื่นชอบจากแฟนๆ เชลซี ในบ้านเราสักเท่าไหร่ ด้วยผลงานการทำทีมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา ในรายละเอียดของเกม

ซาร์รี่

สิ่งที่น่าตำหนิคือการเล่นบอลที่ค่อนข้างจะมีแผนเดียว ไม่มีแท็กติกอื่นๆ เข้ามาเสริม ฉะนั้นเมื่อเจอคู่แข่งที่จับทางได้ ทีมก็จะพังทันที คือไม่แพ้ก็เสมอ การแก้เกมของ ซาร์รี่ ก็ไม่กล้าเสี่ยง มักจะเปลี่ยนนักเตะตำแหน่งต่อตำแหน่ง และรูปเกมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คือต่อให้เอานักเตะสำรองเข้ามา มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับช่วงเวลาก่อนหน้าที่เป็นอยู่

การใช้นักเตะลูกรักอย่าง จอร์จินโญ่ ไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออก ซึ่งไม่ใช่ว่าแข้งชาวอิตาเลียน จะเป็นตัวแบกของทีม หรือเป็นคนที่เล่นดีให้กับทีม จนไม่สามารถเปลี่ยนตัวออกได้แบบนั้น ก็ทำให้ถูกแฟนบอลวิจารณ์กันเรื่อยมา โดยเฉพาะแมตช์ที่แพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 6-0  ผมเห็นแฟน เชลซี ชาวไทยนี่สาปส่งกันเป็นแถว

และจะให้ทีมไล่ออกเสียตั้งแต่วันนั้น เลยแต่หลังจาก ซาร์รี่ ทำผลงานได้ค่อนข้างน่าประทับใจในเกมนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่แพ้จุดโทษให้กับ แมนฯ ซิตี้ และหลังจากนั้นทีมก็มีหลุดบ้างอะไรบ้าง แต่ก็เริ่มลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ

จอร์จินโญ่ ที่เคยถูกด่ามาตลอด

พอหัวแตก หลังจากนั้นเล่นดีมาทุกนัด, การเปลี่ยนตัวที่แม้มาตรฐานจะยังคงเดิมคือตำแหน่งต่อตำแหน่ง แต่พอเกมมันได้เปรียบ การเปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมก็ไม่มีผลอะไร มันก็กลบจุดนั้นลงไปได้

จอร์จินโญ่

เกมรับที่เสียประตูง่ายเกินเหตุ ก็เริ่มเสียน้อยลงนิดหน่อย การแก้ไขปัญหาภายในทีม ระหว่างเขากับ เกป้า ผู้รักษาประตู ที่เป็นประเด็นในเกม ลีก คัพ ก็สามารถเคลียร์ได้อย่างรวดเร็วและยุติธรรม เกมรุกก็ได้ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย และ รูเบ็น ลอฟตัส-ชีค ที่ ซาร์รี่ เลือกใช้งานตามคำเรียกร้องของแฟนๆ โดยเฉพาะรายแรก หลังจากที่มีฟอร์มยอดเยี่ยมในฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ

สุดท้ายจบฤดูกาล เชลซี รั้งอันดับที่ 3 ของตาราง ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก อัตโนมัติ เท่านั้นไม่พอ กลายเป็นว่าฤดูกาลแรกของเขาในอังกฤษ สามารถทะลุเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยได้ 2 รายการ!! ที่สำคัญคือ ยูฟ่า ยูโรปาลีก นัดชิงดำกับ อาร์เซน่อล ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้

ยูฟ่า ยูโรปาลีก

ผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา ในส่วนตัวของผมคือ ซาร์รี่ มีความชอบธรรมที่จะได้อยู่กับ เชลซี ต่อไปด้วยประการทั้งปวง และไม่เหมาะสมกับการถูกไล่ออกในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อเอาคนอื่นๆ เข้ามาทั้งสิ้น ลองคิดดูว่าฤดูกาลแรก ซาร์รี่ กว่าจะเข้ามาอยู่ในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ล่อเข้าไปวันที่ 14 กรกฎาคมเมื่อปีที่แล้ว

เหลือเวลาในการซื้อนักเตะ หรือพาลูกทีมฝึกซ้อมไม่เท่าไหร่เลย ก็ต้องไปเตะอุ่นเครื่องต่างๆ นาๆ อย่าลืมว่าตลาดซื้อขายอังกฤษ ได้เปลี่ยนไปแล้ว มีการเลื่อนเวลาเดตไลน์มาอยู่ช่วงต้นเดือนสิงหาคม แต่เขายังสามารถพาทีมจบอันดับที่ 3 และเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลได้อีก 2 รายการ ซื้อนักเตะเข้ามาแค่ 2 คน คือ จอร์จินโญ่ ที่มาพร้อมกับ ซาร์รี่ และ เกป้า ที่เข้ามาแทน ติโบต์ กูร์กตัวส์ ในวันท้ายๆ ของตลาดซื้อขาย

ซื้อนักเตะ

และยืม มัตเตโอ โควาซิช ในวันสุดท้ายของตลาด แค่นั้นเอง ที่เหลือเป็นนักเตะที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ใช้มาในซีซั่นที่แล้ว พูดกันตามตรงว่ามีที่ใช้ได้ โดยเฉพาะในแนวรุกก็มีแค่ เอแด็น อาซาร์ เท่านั้น และอาซาร์ก็รับหน้าที่แบกทีมจนจบปี 2019 และเตรียมเก็บข้าวของย้ายไปเรอัลมาดริด

บทสรุป เชลซี ซาร์รี่ ปัญหาตรงตำแหน่งกองหน้า เขาก็ยังมีอยู่ และก็แก้ไขอะไรไม่ทัน สุดท้ายต้องไปยืม กอนซาโล่ อิกวาอิน มาอีกในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ต่อให้เขาจะไม่ได้แชมป์ ยูโรปาลีก ในบั้นปลาย ก็ไม่ควรจะถูกไล่ออกในช่วงซัมเมอร์นี้อยู่ดี สุดท้ายแล้ว ถ้า ซาร์รี่ ถูกไล่ออกเขาจะเป็นบุคคลที่น่าสงสารมากเลยทีเดียว