ในที่สุดการชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ก็เป็นการพบกันระหว่างสโมสรสัญชาติอังกฤษทั้งสอง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เชลซี ที่อิสตันบูล มีเสียงคัดค้านว่า ในเมื่อผู้เข้าแข่งขันต้องเดินทางไกล จะย้ายสังเวียนหรือไม่ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ยังเป็นเรื่องที่ยากจะบอกได้ แต่ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหน สิ่งที่ต้องไม่เปลี่ยนแปลงคือทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โทมัส ทูเคิ่ล

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ
3 มกราคม 2021 แมนฯ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ เชลซี ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ แสตมฟอร์ด บริดจ์ แต่เมื่อพบกันใน เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศมันกลับกลายเป็นอีกเรื่อง

นอกจากเกมยุโรปที่เรียกว่า “All English Final” ที่เป็นการเชิดหน้าชูตาความแข็งแกร่งของทีมจากแดนผู้ดีแล้วเกมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับแต่ละฝ่าย แต่อะไรบ้างที่จะสำคัญมากพอให้พวกเขาทุ่มเทเพื่อชัยชนะ

ความสำคัญของถ้วยแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

แชมป์ที่สำคัญที่สุดสำหรับ แมนฯ ซิตี้

ชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ปี 2016 มานูเอล เปเยกรินี่ พา แมนฯ ซิตี้ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ต้องพ่าย เรอัล มาดริด ยอดทีมจากศึกลาลีก้าสเปน แบบเฉียดฉิวด้วยประตู 1-0 ที่ ซานติอาโก เบร์นาเบว ซึ่งเป็นแชมป์ในฤดูกาลนั้น

เป๊ป เคยบอกเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่เซ็นสัญญาเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมว่า รายการนี้เป็น Priority หรือรายการที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำให้ได้ แต่พวกเขาพลาดท่าครั้งแล้วครั้งเล่า พ่ายแพ้ให้โชคชะตา

หรืออาจทำบางอย่างหล่นหายระหว่างทาง ไปได้เพียงรอบก่อนรองชนะเลิศ และรอบรองชนะเลิศ อย่างใน 2 ซีซั่นล่าสุดคู่แข่งของพวกเขาคือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ยังมี เมาริซิโอ ปอเช็ตติโน่ คุมทัพ และ โอลิมปิก ลียง ดูจากชื่อชั้นก็เห็นได้เลยว่าพวกเขาจะผ่านไปได้

ฤดูกาล 2018/19 เกมแรกที่บุกไปแพ้ที่ ไวท์ ฮาร์ท เลน ว่าเซอร์ไพรส์แล้ว เลกสองน่าประหลาดใจกว่านั้น หลังจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงนำตั้งแต่นาทีที่ 4 ซน ฮึง มิน ยิง 2 ประตูในอีก 3 นาทีถัดมา และขึ้นนำ 2-1 ในนาทีที่ 10 ของเกม ทำให้ต้องโหมบุกอย่างหนัก เมื่อขึ้นนำด้วยสกอร์รวม 4-3 ทุกคนล้วนเชื่อมั่นว่า “เรือใบสีฟ้า” จะผ่านสู่ด่านถัดไป จนกระทั่ง เฟร์นานโด้ ยอเรนเต้ ทำประตู 4-3

ที่ทำให้เสมอกัน และความได้เปรียบเทไปที่ฝ่ายทีมเยือน ซึ่งเข้ารอบด้วยกฎอะเวย์โกล ดับฝัน “ควอดรูเปิ้ลแชมป์” ซึ่งหากผ่านรอบนี้ไปได้เส้นทางของพวกเขาก็สวยหรู เพราะลงท้ายแล้ว แมนฯ ซิตี้ กวาดแชมป์ในประเทศจนเรียบ

ซีซั่นถัดมา โควิด-19 ระบาดทั่วโลก ยูฟ่า สั่งปรับรูปแบบในรอบน็อคเอาท์เหลือเพียงนัดเดียว เตะกันที่ลิสบอน สนามกลางด้วยรูปแบบคล้ายทัวร์นาเมนต์น็อคเอาท์ สภาพร่างกายหลังพักนาน 3 เดือนและต้องกลับสู่ซีซั่นที่ยังเหลือค้าง ลงสนามทุก 3 วัน พวกเขาจึงย่ำแย่และแพ้ไปอย่างเหนือความคาดหมาย ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องพยายามอย่างเต็มที่อีกครั้ง

แชมป์ยุโรปของ เป๊ป โดยไม่พึ่ง เมสซี่

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เป๊ป เคยได้แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฐานะกุนซือ 2 ครั้ง แต่ เมสซี่ เคยได้แชมป์ 4 ครั้ง ปี 2006 กับทีมของ ไรจ์ การ์ด, 2009 และ 2011 กับ เป๊ป และ 2015 กับ หลุยส์ เอ็นริเก้

เชื่อว่าแฟนๆ จำนวนมากไม่เคยลืมวาทะของ เป๊ป ที่เคยบอกไว้ว่า เทรเบิ้ลแชมป์ที่ บาร์เซโลน่า ในปี 2009 ซีซั่นแรกที่เข้ามาคุมทีมนั้นได้มาด้วยนักเตะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งกว่าครึ่งทีมเป็นขุมกำลังในทีมชาติสเปนชุดแชมป์โลก 2010 และ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า ถึงขนาดที่มีคนบอกว่า บาร์เซโลน่า คือทีมชาติสเปนที่มี เมสซี่

ทีมของ เป๊ป ทั้งเหมือนคล้ายและแตกต่างจากทีมของ แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด สกอร์ 3-0 ขึ้นไปสามารถเห็นได้จนชินตาในอีก 2 ซีซั่นถัดจากนั้น รอบชิงชนะเลิศปี 2009 และ 2011 ทั้ง 2 ครั้งกุนซือจากแดนกระทิงดุเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของท่านเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทั้งสองครั้งต่างกันที่ปี 2011 เสียแชมป์ โกปา เดล เรย์ ให้ เรอัล มาดริด ในรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น ผ่านมาเกือบครบทศวรรษ วันนี้ เป๊ป จะมาทำสิ่งที่เขาควรทำโดยไม่มีนักเตะคู่บารมี

แก้แค้น เชลซี

นัดชิง ucl

ซิเย็ค ได้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ จากการเป็นทั้งแนวรุกที่แสดงฝีเท้าได้อย่างโดดเด่น แม้โดนเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 79

ทั้งสองเพิ่งพบกันที่ เวมบลีย์ ใน เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ทีมของ เป๊ป ดูเหนือกว่าเล็กน้อยจากอันดับในตารางคะแนน จ่าฝูง พรีเมียร์ลีก พบกับทีมอันดับ 4 ที่เปลี่ยนผู้จัดการทีมคนใหม่มาสักพัก ฟอร์มกำลังแรง เพิ่งผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก มาหมาดๆ แม้แพ้ เอฟซี ปอร์โต้ แต่เป็นความพ่ายแพ้ที่ไม่มีนัยสำคัญเพราะเลกแรกตุนสกอร์เอาไว้แล้ว ทุกคนฮึกเหิม

แมนฯ ซิตี้ ประสบปัญหาเดิมๆ ที่พบเจอมาทั้งซีซั่น การยิงประตูไม่เฉียบคม แม้มีสกอร์ 3-0 หรือ 4-0 แทรกอยู่ แต่ส่วนมากเน้นผลการแข่งขัน ขณะที่ เชลซี มากับความเหนียวแน่น และแม้แนวรุกโดนค่อนขอดว่าไม่เข้าฝักยิงนกยิงไม้ ซัดเสาคานมากกว่าประตู แต่ตุงเดียวของ ฮาคิม ซิเย็ค ก็มากพอให้ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ดับฝัน ควอดรูเบิ้ล ของ เป๊ป ลง ดังนั้นนี่คือการแก้แค้นที่ยิ่งใหญ่ และผู้ชนะจะได้สิ่งที่ยิ่งใหญ่

เชลซี สถานะทีมใหญ่

ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

8 ปีผ่านไป หลังจากคว้าแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ มิวนิค เชลซี ร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มในซีซั่นถัดมา, ฤดูกาล 2016/17 จบเป็นที่ 10 และ 2018/19 ไป ยูโรปา หลังจาก อันโตนิโอ คอนเต้ พาทีมจบเป็นอันดับ 5 ในการทำทีมซีซั่นที่ 2 ขาดความสมดุลระหว่างเกมลีกและเกมยุโรป

เริ่มแรกเข้าสู่ยุค พรีเมียร์ลีก เชลซี ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่ แต่ตะเกียกตะกายต่อสู้อย่างต่อเนื่องมาตลอด และเพิ่งสัมผัส แชมเปี้ยนส์ ลีก ครั้งแรกเป็นครั้งแรกเมื่อฤดูกาล 2003/04 เท่านั้น เมื่อ โรมัน อับราโมวิช มาพร้อมกับการแต่งตั้ง เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่พาทีมจบเป็นรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซึ่งในตอนนั้นโควต้ามีเพียงอันดับ 1 และ 2 จึงถือว่ายิ่งใหญ่มาก กาลผ่าน พวกเขาเป็นทีมที่แฟนลูกหนังคุ้นหน้าคุ้นตา เพราะไม่ใช่เพียงผ่านเข้ามาแล้วร่วงหายไป แต่เป็นขาประจำในรอบน็อคเอาท์และรอบรองชนะเลิศเสมอ

ปี 2012 เชลซี ฟื้นจากความตายในรอบ 16 ทีมกับ นาโปลี มีโชคนิดๆ ที่จับสลากเจอ เบนฟิก้า คู่แข่งที่น่าจะฝีเท้าใกล้เคียงกันที่สุด สร้างปาฏิหาริย์เหนือ บาร์เซโลน่า ในรอบก่อนรองชนะเลิศ และเข้าชิงชนะเลิศแบบยิ่งกว่าเหนือปาฏิหาริย์ ถ้าแฟนๆ ลิเวอร์พูล มี อิสตันบูล 2005 เชลซี ก็มี มิวนิค 2012 ที่เชิดหน้าชูตาเสมอมา

แต่เรื่องราวหลังจากนั้นค่อนข้างขมขื่น ซีซั่นถัดมาร่วงตกรอบแบ่งกลุ่มเป็นครั้งแรกในรอบทศวรรษ ลงมาเล่น ยูโรปา แต่ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสม ราฟาเอล เบนิเตซ ที่เข้ามาขัดตาทัพยังพาทีมไปได้ตามเป้าหมายทั้งแชมป์ถ้วยรองและอันดับในตาราง แต่ “สิงห์บลูส์” ยังเจอวิกฤตเป็นครั้งคราว บางครั้งโดนตัดชื่อจากการลุ้นพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นี่คือการกลับมาประกาศศักดา

ทูเคิ่ล แก้มือ

ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ทูเคิ่ล พา “เปแอสเช” สะดุดเล็กน้อยในเลกแรกของรอบ 16 ทีมเมื่อเจอ ดอร์ทมุนด์ ทีมเก่า แต่ผ่านเข้ามาจนถึงชิงดำ พบ บาเยิร์น ที่ชนะรวดมาตลอดทั้งรายการไม่มีรอยด่างพร้อย และยังคว้าแชมป์ไป

โทมัส ทูเคิ่ล เพิ่งเจอประสบการณ์สดใหม่เมื่อปีก่อนในการชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก นำ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ลงสนามพบ บาเยิร์น มิวนิค ที่แกร่งทั่วแผ่น แถมยังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม มีกุนซือยอดฝีมือที่ทั้งคู่น่าจะรู้จักกันดีอย่าง ฮันส์ ดีเทอร์ ฟลิค เป็นชาวเยอรมันด้วยกันฃ

ซึ่งก่อนลงสนามนี่เป็นเกมที่น่าจับตาด้วยชื่อชั้น ชื่อเสียง และฝีเท้าของนักเตะทั้งสองฝ่าย แชมป์ผูกขาดจากเยอรมนีและฝรั่งเศส มีแนวรุกที่ดูแล้วไม่มีใครเป็นรองใคร ทั้ง คีเลี่ยน เอ็มบัปเป้ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

แต่ก่อนเริ่มเกม เอ็มบัปเป้ บาดเจ็บจนเล่นไม่ออก เนย์มาร์ ใช้โอกาสอย่างทิ้งขว้าง และตัวแทนจากแดนน้ำหอมขาดวินัยไปบ้าง ไม่ใช่ทีมที่แน่นทุกตำแหน่ง ขาดความเป็นทีมเวิร์ค และทำได้แค่ขึ้นรับเหรียญที่ระลึกก่อนเดินผ่านถ้วยหูใหญ่ไปทั้งที่ใกล้แค่เอื้อมมือ   

ทูเคิ่ล เก่งจริงหรือแค่ไปชุบตัวที่เมืองหลวงในฝรั่งเศส เขาได้รับการจับตาตั้งแต่มานั่งเก้าอี้กุนซือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ด้วยเส้นทางที่คล้าย เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่ไม่มีอะไรนอกจากแชมป์ เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย ไม่สามารถโค่นล้ม บาเยิร์น ใน บุนเดสลีกา ได้ ผลงานใน ลีก เอิง จึงไม่ค่อยได้รับเครดิต แต่การมาคุมทีมในอังกฤษ ลีกที่มีการแข่งขันสูง แม้เข้ามากลางซีซั่น ก็น่าจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะได้พิสูจน์ฝีมือ

ที่สุดแล้วผู้ชนะมีหนึ่งเดียว แต่ไม่ว่าใครต่างก็อยากเป็นผู้ชนะด้วยกันทั้งนั้น พวกเขาอาจลืมความสำคัญของชัยชนะนี้ไปตลอด 90 นาที เพราะรู้แค่ว่าต้องชนะเท่านั้น

ณ ตอนนี้การแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาล 2021 – 22 ได้กลับมาลงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงผลการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ก็ออกมาแล้วเช่นกัน หากท่านใดที่ต้องการเว็บรับเดิมพันที่น่าเชื่อถือ เปิดราคาเยอะ อัตราจ่ายสูง คลิกเข้ามาที่ Nova88 คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน