ร้างห่างสนามในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ไปนานสองนานแล้วสำหรับอาร์เซน่อลทำให้สกู๊ปนี้อยากจะขอนำเสนอหวนรำลึกความหลังกันซักหน่อยกับ 7 แข้งดาวซัลโวใน แชมเปี้ยนส์ลีก ของ “ปืนใหญ่” และก็ดูเหมือนว่าสถิตินี้อาจจะยังคงอยู่ไปอีกนานเลยทีเดียว

7 ดาวซัลโวสูงสุดของ ปืนใหญ่ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

โรแบร์ ปิแรส

ลงสนาม : 63 นัด

ยิงได้ : 11 ประตู

หนึ่งในแข้งชุดไร้พ่ายของ อาร์เซน่อล เป็นแกนหลักคนสำคัญให้กับสโมสรมาตลอดทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมปีกตัวเปิดอย่างเขาถึงผงาดขึ้นมาอยู่ในท็อป 7 ของสโมสรได้

แต่ก็น่าเสียดายที่พอถึงนัดชิงชนะเลิศปี 2006 ปิแรส นี่แหละคือคนที่ต้องเสียสละเปลี่ยนตัวออกจากสนามให้ มานูเอล อัลมูเนีย ลงสนามไปเพราะ เยนส์ เลห์มันน์ ถูกไล่ออกจากสนาม

โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ลงสนาม : 29 นัด

ยิงได้ : 12 ประตู

หนึ่งในศูนย์หน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของ อาร์เซน่อล ซึ่งถ้าหากมองในเรื่องของสถิติและจำนวนนัดที่ลงสนามแล้วถือว่า ชิรูด์ ทำหน้าที่ของตนเองได้ค่อนข้างดีเยี่ยมซะด้วยซ้ำไปเพียงแต่ว่าแฟนๆกลับไม่ได้จดจำเขาในฐานะศูนย์หน้าที่เฉียบคมซักเท่าไร

ปัจจุบันแม้ว่า อาร์เซน่อล จะไม่ได้เล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกแล้วแต่ทางดาวยิงดีกรีแชมป์โลกรายนี้ยังคงโลดแล่นในศึกใหญ่แห่งสโมสรยุโรปอยู่กับ เชลซี แถมเพิ่งจะซัดแฮตทริกได้อีกต่างหาก

เผลอๆในตอนนี้สาวก ‘เดอะ กันเนอร์ส’ อาจจะคิดถึงการพักบอล เก็บบอลของดาวยิงรายนี้ก็เป็นได้

เฟร็ดดี้ ยุงเบิร์ก

ลงสนาม : 64 นัด

ยิงได้ : 13 ประตู

หนึ่งในปีกตัวทะลวงที่ทำผลงานได้ติดตาตรึงใจแฟนๆมากที่สุดกับการเล่นขนละฟากกับ ปิแรส และก็คงไม่น่าแปลกใจที่ ยุงเบิร์ก เองก็ขึ้นทำเนียบดาวยิงในแชมเปี้ยนส์ลีกกับสโมสรได้

โดยการเข้าใกล้ถ้วย ‘บิ๊กเอียร์’ มากที่สุดของ ยุงเบิร์ก นั้นก็เหมือนกับ ปิแรส นั่นก็คือนัดชิงชนะเลิศปี 2006 ที่พลาดท่าแพ้ต่อ บาร์เซโลน่า ไปทว่าเขาก็ลงสนามครบ 90 นาทีเต็มในเกมดังกล่าว

ปัจจุบัน ยุงเบิร์ก พักจากการทำงานเป็นโค้ชชั่วคราวหลังจากที่เขาเคยผงาดขึ้นไปรั้งบังเหียนเป็นนายใหญ่รักษาการณ์ของ อาร์เซน่อล ช่วงปี 2019

เชส ฟาเบรกัส

ลงสนาม : 55 นัด

ยิงได้ : 13 ประตู

สุดยอดเพลย์เมคเกอร์ที่เป็นทั้งที่รักและที่ชังของ อาร์เซน่อล โดยเขาเป็นคนที่ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาและก็คงไม่ผิดมากนักที่จะพูดว่า เชส นี่แหละคือลูกรักของ อาร์แซน เวนเกอร์ ในช่วงแรก

เชส เองก็เป็นหนึ่งใน 11 ตัวจริงในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 2006 และก็พบกับความผิดหวังแต่เขาก็เดินหน้ารักษามาตรฐานของตัวเองกระทั่งได้รับมอบเสื้อหมายเลข 4 และปลอกแขนกัปตันทีมของ “ปืนใหญ่” อีกด้วย

ในตอนนี้ เชส ยังไม่ได้เลิกเล่นโดยเขายังคงเป็นจอมทัพให้กับ โมนาโก ยอดทีมในลีกเอิงอยู่

ธีโอ วัลค็อตต์

ลงสนาม : 59 นัด

ยิงได้ : 15 ประตู

นักเตะที่ได้รับฉายาว่าเป็นดาวรุ่งตลอดกาลของทั้งอาร์เซน่อลและทีมชาติอังกฤษเพราะว่าด้วยศักยภาพตอนต้นนั้น วัลค็อตต์ ทำท่าจะกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ดังระดับโลกแต่แล้วมันก็ไม่เป็นเช่นนั้น

วัลค็อตต์ เป็นหนึ่งในนักเตะของ “ปืนใหญ่” ที่ทำประตูเกิน 100 ลูกในทุกรายการและ แชมเปี้ยนส์ลีก กับสถิติ 15 ประตูก็ถือว่าไม่ได้แย่อะไรมากมายนักกับตำแหน่งที่ส่วนใหญ่เขาจะเล่นเป็นศูนย์หน้ากึ่งปีกแบบนี้

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ลงสนาม : 45 นัด

ยิงได้ : 18 ประตู

หัวหอก ‘ฟลายอิ้ง ดัตช์แมน’ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักอย่างเต็มตัวจริงๆก็ตอนที่ เธียร์รี่ อองรี ย้ายออกจากทีมไปและเขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆผิดหวังกับลีลาการสังหารด้วยเท้าซ้ายปลิดชีพที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

ตลอดระยะเวลา 8 ฤดูกาลของเขากับ “ปืนใหญ่” นั้น ฟาน เพอร์ซี่ ยิงช่วยทีมได้ทั้งหมด 18 ประตูและหากดูจำนวนนัดที่เขาลงสนามแล้วก็คือว่าไม่ได้แย่อะไรโดยหลังจากนั้นเขาก็เลือกไปอยู่กับคู่อริอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่

เธียร์รี่ อองรี

ลงสนาม : 77 นัด

ยิงได้ : 35 ประตู

คงไม่มีใครเกินไปกว่าชายที่ อองรี อีกแล้วสำหรับอาร์เซน่อลในยุคเก่า ยุคแห่งควมสำเร็จคว้าแชมป์เกือบจะทุกปีซึ่งส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญก็คือศูนย์หน้าชาวเฟร้นซ์รายนี้นี่แหละ

แน่นอนว่า อองรี คือทุกสิ่งทุกอย่างของ อาร์เซน่อล เพราะนับตั้งแต่เขาตัดสินใจอำลาย้ายทีมไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ความสำเร็จของ “ปืนใหญ่” ก็ค่อยๆเลือนลางหายไปจนแทบไม่เหลืออะไรติดไม้ติดมือเลยด้วยซ้ำ

ปัจจุบัน อองรี ผันตัวมาเป็นโค้ชแล้วเรียบร้อยแต่ถ้าหากดูสถิติแล้วมันคนล่ะขั้วกับการยิงประตูของเขาซะเหลือเกิน

บทความแนะนำ

สิ่งที่ ”ปืนใหญ่” ต้องทำถ้ายังหวังกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง